จํานวนผู้เข้าชม

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เนื้อเพลงเเพ้ใจ

เก็บใจไว้ในลิ้นชัก คงไม่เจอแล้วรักแท้
เบื่อกับความปรวนแปร มันไม่แคร์และไม่หวัง
มันเหมือนคนชินชา ไม่มองไม่ฟัง และแล้วก็มีเธอเดินเข้ามา

เข้ามาค้นในลิ้นชัก ที่ปิดตายเพราะรักร้าว
ให้อภัยใจเมาเมา มาแบ่งเบาที่ฉันล้า
มาสนใจใยดี คนที่ไม่มีค่า ให้รู้ว่าตัวเองยังสำคัญ

เก่งมาจากไหน ก็แพ้หัวใจอย่างเธอ
เมื่อไหร่ที่เผลอ ยังนึกว่าเธออยู่ในฝัน
ยังมีอีกหรือ รักแท้ที่เคยเสาะหามานาน
วันนี้เป็นไงเป็นกันจะรักเธอ

เมื่อเธอรู้ว่าฉันรัก ก็อย่าทำให้ฉันหลง
บอกมาเลยตามตรง นี่เรื่องจริงหรือฉันเพ้อ
ตอนนี้ยังพอทำใจ ถ้าสิ่งที่ได้เจอ คือฝันคือละเมอและไม่จริง

เก่งมาจากไหน ก็แพ้หัวใจอย่างเธอ
เมื่อไหร่ที่เผลอ ยังนึกว่าเธออยู่ในฝัน
ยังมีอีกหรือ รักแท้ที่เคยเสาะหามานาน
วันนี้เป็นไงเป็นกันจะรักเธอ

เมื่อเธอรู้ว่าฉันรัก ก็อย่าทำให้ฉันหลง
บอกมาเลยตามตรง นี่เรื่องจริงหรือฉันเพ้อ
ตอนนี้ยังพอทำใจ ถ้าสิ่งที่ได้เจอ คือฝันคือละเมอและไม่จริง

วันนี้ฉันรักเธอ คือเรื่องจริง

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ประวัติปลากัด

ประวัติปลากัด

ปลากัด (Betta splendens Regan)

เป็นปลาพื้นเมืองของไทยที่นิยมเพาะเลี้ยงมาตั้งแต่โบราณ เป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว ทั้งเพื่อไว้ดูเล่น
และเพื่อกีฬากัดปลา และเป็นที่รู้จักกันดีในต่างประเทศมานานเช่นกัน ได้มีการนำปลากัดไปเลี้ยงในยุโรป
ตั้งแต่พ.ศ. 2414 ได้นำไปทำการเพาะเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง และเพาะได้สำเร็จที่ ประเทศผรั่งเศส เมื่อปี
พ.ศ. 2436 ปัจจุบันประเทศไทยมีการเพาะพันธุ์กันแพร่หลาย เนื่องจากเป็นปลาที่เลี้ยง และเพาะพันธุ์
ได้ง่าย ปีหนึ่งประเทศไทยส่งปลากัดไปขายยังต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่าหลายล้านบาทปลากัดพันธุ์ดั้งเดิม
ในธรรมชาติ มีสีน้ำตาลขุ่นหรือสีเทาแกมเขียว ครีบและหางสั้น ปลาเพศผู้มีครีบและหางยาวกว่าเพศเมีย
เล็กน้อย จากการเพาะพันธุ์และการคัดพันธุ์ติดต่อกันมานานทำให้ได้ปลากัดที่มีสีสันสวยงามหลายสี อีก
ทั้งลักษณะครีบก็แผ่กว้างใหญ่สวยงามกว่าพันธุ์ดังเดิมมากและจากสาเหตุนี้ทำให้มีการจำแนกพันธุ์ปลากัด
ออกไปได้เป็นหลายชนิด เช่น ปลากัดหม้อ ปลากัดทุ่ง ปลากัดจีน ปลากัดเขมร ปลากัดพม่า เป็นต้น เนื่องจาก
ปลากัดเป็นปลาขนาดเล็ก เจริญเติบโตดีในภาชนะแคบ ๆ และในการเลี้ยงไม่ต้องใช้เครื่องช่วยเพิ่มออกซิเจน
ในน้ำ จึงเป็นที่นิยมนำมาใช้เป็นสัตว์ทดลองในห้องปฏิบัติการครับ

ประวัติปลาคาร์ฟ

สายพันธุ์ โคฮากุ (Kohaku)8

ส.ค.

ประวัติความเป็นมาของปลาแฟนซีคาร์ฟ
Posted 08/08/2010 by siamwebcity in บทความ. ให้ความเห็น

ปลาแฟนซีคาร์พ (Fanct Carp) เป็นชื่อทีใช้เรียกปลาในสกุล (GENUS) เดียวกันกับปลาใน (crucian Carp) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า cyprinus carpio linn

——————————————————————————–


เป็นปลาน้ำจืดที่มีแหล่งดั้งเดิมอยู่ในบริเวณประเทศอิหร่านในปัจจุบัน เป็นปลาที่สามารถปรับตัวดำรงชีวิตอยู่ในแหล่งน้ำ จืดที่มีอุณหภูมิที่แตกต่างกันได้มาก แม้ในสภาพอากาศที่หนาวเย็นถึงขนาดมีหิมะปกคลุมหรือสภาพอากาศร้อนปลาชนิดนี้ก็าสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศได้ จึงแพร่ขยายพันธุ์ออกไปได้ทั่วโลก

ในยุคต้นๆชาวจีนนับเป็นชนชาติแรกที่รู้จักปลาไนซึ่งเป็นต้นตระักูลของปลาแฟนซีคาร์ฟมาเลี้ยงไว้เพื่อบริโภคเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2,000 ปีล่วงมาแล้ว โดยชาวจีนเรียกปลาไนว่า หลีจื้อ หรือ หลีโกวง ปลาไนน่าจะมีอิทธิพลต่อชาวจีนเป็นอันมาก ซึ่งจะพบหลักฐานอันเก่าแก่ที่สุดของปลาไนปรากฏในภาพเขียนของจีนสมัยราชวงศ์์โจว

เดิมทีปลาไนตามแหล่งน้ำธรรมชาติจะมีเพียงสีดำ สีเทาดำ หรือสีน้ำตาลดำเท่านั้นเมื่อราวปี พ.ศ. 808 -859 ปรากฏว่ามีปลาไนบางตัวกลายพันธุ์เป็นสีส้ม ชาวจีนจึงนิยมนำมาเลี้ยงเพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อชมความสวยงามจนเป็นที่แพร่หลายต่อมาราวศตวรรษที่ 18 ที่เมืองโอจิยา(Ojiya) ซึ่งอยู่ในจังหวัดนิกาตะ(Neigate) ในปัจจุบันชาวญี่ปุ่นในเมืองนี้ได้นำปลาไนมาเลี้ยงไว้ในบ้านเพื่อประกอบเป็นอาหาร เนื่องจากชาวญุ่ปุ่นกลุ่มหนึ่ง ที่มีอาชีพทำนาตามภูเขาสูงในชนบท ซึ่งมีการคมนาคมที่ไม่สะดวกในยามที่มีหิมะตกชาวญี่ปุ่นไม่สามารถเดินทางออกนอกบ้านไปทำมาหากินได้ หลังจากที่มีการเพาะขยายพันธุ์มาหลายชั่วอายุุปลาจึงทำให้เกิดการผ่าเหล่า(Mutation)กลายพันธุ์เป็นปลาไนสีแดง ทำให้ชาวญี่ปุ่นในเมืองนี้สนใจปลาชนิดนี้มากขึ้น การเพาะขยาย
พันธุ์ปลาชนิดนี้ค่อยๆขยายตัวแพร่หลายเพิ่มมากขึ้นในปี ค.ศ. 1870

ปลาตะพัด

ปลาตะพัด
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
ตะพัด
อะโรวาน่า
?Scleropages formosus (Müller and Schlegel, 1844)

ตะพัดที่พบในเขตแดนประเทศพม่า

ปลาในธรรมชาติที่ถูกตกได้ที่มาเลเซีย
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์[แสดง]

อาณาจักร Animalia
ไฟลัม Chordata
ชั้น Actinopterygii

อันดับ Osteoglossiformes
วงศ์ Osteoglossidae

สกุล Scleropages
สปีชีส์ S. formosus
ข้อมูลทั่วไป[แสดง]
ชื่อวิทยาศาสตร์ Scleropages formosus (Müller and Schlegel, 1844)
สถานะการอนุรักษ์
สถานะ : ใกล้สูญพันธุ์
ถิ่นอาศัย[แสดง]


แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ของปลาตะพัด (จุดสีแดง)ชื่อพ้อง[แสดง]
Osteoglossum formosus

รูปปลาตะพัดในแสตมป์ปลาตะพัด หรือที่นิยมเรียกว่า อะโรวาน่า เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง ที่มีการสืบสายพันธุ์มาจากปลาในยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Arowana (อะโรวาน่า) หรือ Arawana (อะราวาน่า) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Scleropages formosus อยู่ในวงศ์ปลาตะพัด (Osteoglossidae) นับว่าเป็นปลาที่ใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ เนื่องจากเป็นปลาที่สืบพันธุ์ยาก ประกอบกับแหล่งที่อยู่ถูกทำลายไปได้รับความนิยมอย่างสูงของนักเลี้ยงปลาตู้ ในฐานะของปลาสวยงาม ราคาแพง

สำหรับชื่อ "ตะพัด" เป็นชื่อที่เรียกกันในภาคตะวันออก แถบจังหวัดจันทบุรีและตราด ในภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า "หางเข้" ถูกค้นพบเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2474 ตามรายงานของสมิธที่ลำน้ำเขาสมิง จังหวัดตราด โดยระบุว่าในขณะนั้น ปลาตะพัดเป็นปลาที่พบได้ทั่วไปในแม่น้ำลำคลองในภาคตะวันออก ไข่มีลักษณะสีส้มลูกกลมใหญ่ ฟักไข่ในปาก เนื้อมีรสชาติอร่อย นิยมใช้ทำเป็นอาหาร

ในปัจจุบัน สำหรับประเทศไทย เชื่อว่าเหลือเพียงบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน ซึ่งเป็นต้นแม่น้ำตาปี และบริเวณแม่น้ำ ที่อำเภอละงู จังหวัดสตูลเท่านั้น ส่วนทางภาคตะวันออกที่เคยชุกชุมในอดีต ไม่มีรายงานการพบอีกเลย อีกที่หนึ่งที่ได้เคยได้ชื่อว่ามีปลาตะพัดชุกชุมคือ บึงน้ำใส อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ในอดีตเป็นแหล่งจับปลาตะพัดที่มีชื่อเสียงมาก จนมีชื่อปรากฏในคำขวัญประจำอำเภอ โดยชาวบ้านจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า "กรือซอ" แต่จากการจับอย่างมากในอดีต ทำให้ในปัจจุบัน ปริมาณปลาตะพัดลดน้อยลงจนแทบจะสูญพันธุ์


เนื้อหา [ซ่อน]
1 ลักษณะ
2 ที่อยู่
3 การเลี้ยง
4 สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง
5 ชื่อเรียกในภาษาต่าง ๆ
6 อ้างอิง
7 แหล่งข้อมูลอื่น


[แก้] ลักษณะ
ลำตัวยาว ด้านข้างแบน เกล็ดมีขนาดใหญ่สีเงินอมเขียวหรือฟ้าเรียงเป็นระเบียบอย่างสวยงาม เกล็ดบริเวณเส้นข้างลำตัวมีประมาณ 24 ชิ้น ตาโต ปากใหญ่เฉียงขึ้นด้านบน ฟันแหลม ครีบหลังและครีบก้นยาวไปใกล้บริเวณครีบหาง สันท้องคม มีหนวด 1 คู่อยู่ใต้คาง ปลาตะพัดขนาดโตเต็มที่ได้ยาวได้ราว 90 เซนติเมตร หนักได้ถึง 7 กิโลกรัม พฤติกรรมมักจะว่ายบริเวณริมผิวน้ำ อาหารของปลาตะพัด ได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็ก ตลอดจนแมลง สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดเล็ก ปลาโตเต็มวัยสามารถโดดงับอาหารได้สูงถึง 1 เมตร


[แก้] ที่อยู่
อาศัยอยู่ในแม่น้ำที่มีสภาพใสสะอาด มีนิสัยค่อนข้างดุ ก้าวร้าว ขี้ตกใจ มักอาศัยอยู่ลำพังตัวเดียวหรือเป็นคู่ ถ้าอยู่เป็นฝูง ก็จะอยู่เป็นฝูงเล็ก ๆ ไม่เกิน 3-5 ตัว พบได้ในทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปลาในแต่ละแหล่งน้ำจะมีสีสันแตกต่างหลากหลายกันออกไป (Variety) เชื่อว่าเกิดเนื่องจากลักษณะทางพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมที่อยู่ เช่น สีทอง สีแดง สีเงิน สีทองอ่อน เป็นต้น

นอกจากนี้ ตะพัด ยังมีสายพันธุ์ที่มีความใกล้เคียงกันในทางวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก ด้วย เช่น อเมริกาใต้ แอฟริกา และออสเตรเลียทางตอนเหนือ

[แก้] การเลี้ยง
ปลาตะพัด หรือ ปลาอะโรวาน่า นับว่าเป็นสุดยอดปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดมา โดยตลอดซึ่งอาจจะเป็นเพราะปลาชนิดนี้เป็นปลาที่มีรูปร่างสวยงาม มีเกล็ดขนาดใหญ่ และมีสีสันแวววาวมีหนวดซึ่งมีลักษณะคล้าย "มังกร" นอกจากนี้ยังมีเรื่องความเชื่อต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกับปลาอะโรวาน่า โดยชาวจีนเชื่อว่าผู้ใดเลี้ยงปลาชนิดนี้แล้วจะร่ำรวยมีโชคลาภ จึงทำให้ปลาชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด


บลัด เรด
ทองอินโดนีเซีย
ทองหางเหลือง
บลูเบส
ไฮแบ็ค[แก้] สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง
อะโรวาน่าเขียว (Green Arowana คือปลาตะพัดนี่เอง)

อะโรวาน่าแดงอินโดนีเซีย (Super Red) เป็นปลาที่มีสีแดงสดทั้งตัว ทั้งครีบและหาง มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย ในแถบทะเลสาบขนาดเล็กในป่าบริเวณรอบ ๆ ทะเลสาบเซนทารัม ซึ่งอยู่ทางตอนบนซึ่งต่อเชื่อมกับแม่น้ำคาปัวส์ ทางบอร์เนียวตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มีค่าความเป็นกรดค่อนข้างต่ำ (pH น้อยกว่า 5.5) จัดเป็นสายพันธุ์ที่มีราคาสูงรองลงมาจากอะโรวาน่าทองมาเลย์

ในตัวที่มีสีแดงตัดขอบเกล็ดคมชัดเจน เรียกว่า ชิลลี่ เรด (Chili Red) ตัวที่มีสีแดงทั้งตัว เรียกว่า บลัด เรด (Blood Red) หรือในบางตัวมีเหลือบสีม่วงในเกล็ด เรียกว่า ไวโอเล็ท ฟิวชั่น (Violet Fusion) ทั้งนี้สีปลาอ่อนหรือเข้มขึ้นอยู่กับตัวปลาเองและผู้เลี้ยง

นอกจากนี้แล้ว ยังมีสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกัน โดยพบในประเทศอินโดนีเซียเช่นเดียวกัน แต่พบคนละแหล่งน้ำ คือ เรด บี (Red B) หรือ บันจา เรด (Banja Red) (แต่ปัจจุบันนี้ได้ถูกเรียกว่า เรด อะโรวาน่า ((Red Arowana)) ซึ่งเมื่อยังเล็กจะมีสีแดงสดเหมือนปลาอะโรวาน่าแดงอินโดนีเซียทั่วไป แต่เมื่อโตขึ้นสีจะซีดลง จนเกล็ดมีเพียงสีเงินเหลือบเหลืองอ่อน ๆ สีครีบและหางเป็นสีเหลืองปนส้มเท่านั้น แลดูคล้ายปลาทองอ่อน และเป็นปลาที่มีราคาต่ำกว่า

ปัจจุบัน ได้มีการผสมข้ามสายพันธุ์ (Cross Breed) กับอะโรวาน่าทองมาเลย์ เป็นปลาลูกผสมระหว่างสายพันธุ์ทั้ง 2 ที่มีสีทองแดง เรียกว่า เรด สเปลนเดอร์ (Red Splendor)

อนึ่ง ในปี ค.ศ. 1994 มีนักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของปลาอะโรวาน่าแดงอินโดนีเซียแยกออกมาต่างหาก โดยเรียกว่า Scleropages legendrei แต่ชื่อนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับเป็นสากลเท่าที่ควร

อะโรวาน่าทองอินโดนีเซีย (Red Tail Golden Arowana) เป็นปลาที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีราคาที่ไม่สูงมาก หากเทียบกับสายพันธุ์อื่นที่พบในเอเชียด้วยกัน อีกทั้งมีความสวยงามมีสีทองเข้ม ครีบอก กระโดงต่าง ๆ และหาง มีสีแดงสด ด้วยเหตุนี้ จึงมีชื่อเรียก ว่า Red Tail Golden (นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า RTG) ครีบหลังและหางส่วนบนจะมีสีแดงคล้ำปนดำ บนหลังจะมีเกล็ดสีดำ เกล็ดสีทองจะมีขึ้นมาถึงเกล็ดแถวที่ 4 และอาจจะมีขึ้นประปรายบ้างบนแถวที่ 5 เรียกว่า ไฮแบ็ค (Hight Back) ปัจจุบันมีการผสมข้ามสายพันธุ์ (Cross Breed) กับอะโรวาน่าทองมาเลย์จนได้สายพันธุ์ปลาพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า ไฮแบ็ค มากขึ้น โดยเกล็ดเงางามขึ้น และเกล็ดเปิดถึงแถวที่ 5 ได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้แล้วยังมีสายพันธุ์ที่สีอ่อนกว่า เมื่อเล็กมีลักษณะคล้ายปลาตะพัดหรืออะโรวาน่าเขียวมาก โตขึ้นครีบมีสีใสและเกล็ดเป็นสีเงินปนเหลืองอ่อน ๆ เรียกว่า "ทองอ่อน" และตัวใดที่ครีบมีสีเหลืองเข้มขึ้นมาหน่อย ก็จะถูกเรียกว่า "ทองหางเหลือง" (Yellow Tail) เป็นต้น

เป็นปลาที่พบในประเทศอินโดนีเชีย บริเวณบอร์เนียวเหนือ และเกาะสุมาตรา และส่วนของทางหางเหลืองก็อยู่ในแหล่งน้ำที่ต่างจากทองอินโดนีเซีย

อนึ่ง ในปี ค.ศ. 1994 มีนักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของอะโรวาน่าทองอินโดนีเซียแยกออกมาต่างหากว่า Scleropages aureu และในส่วนของทองหางเหลืองก็ได้มีการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์แยกออกมาอีกว่า Scleropages macrocephalus ในปี ค.ศ. 2003[1]

อะโรวาน่าทองมาเลย์ (Malayan Bonytongue, Cross Back) ที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศมาเลเซีย แถบรัฐปะหัง เประ และมาเลเซียตะวันตก เป็นสายพันธุ์ของอะโรวาน่าที่มีราคาแพงที่สุด โดยอาจมีราคาสูงถึงหลักแสนบาท เนื่องจากเป็นปลาที่มีสีทองสดใสที่สุด เกล็ดมีความเงางามมาก เมื่อปลาโตเต็มวัยจะสีทองจะเปิดสูงข้ามบริเวณส่วนหลัง จึงมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Cross Back

อีกทั้งในบางตัวยังมีฐานสีที่บริเวณเกล็ดเป็นสีม่วงหรือสีน้ำเงินเรียกว่า บลูเบส (Blue Base) ในบางตัวที่มีฐานเกล็ดเป็นสีเขียวเรียกว่า กรีนเบส (Green Base) ในขณะที่ตัวที่มีสีทองเหลืองอร่ามทั้งตัวโดยไม่มีสีอื่นปะปนจะเรียกว่า ฟูลโกลด์ (Full Gold)

อะโรวาน่าทองมาเลย์ เมื่อเทียบกับปลาอะโรวาน่าสายพันธุ์อื่น ๆ จะพบว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด อีกทั้งครีบและหางเล็กกว่า แต่มีสีสันที่สวยที่สุด

ไฮแบ็ค (Hight Back) เป็นปลาลูกผสมระหว่างทองอินโดนีเซียกับทองมาเลย์ ทำให้ลูกปลาที่เกิดออกมามีส่วสนเด่นของทั้งสองสายพันธุ์ คือ มีเกล็ดที่แวววาวกว่าทองอินโดทั่วไปและสีทองของเกล็ดจะเปิดถึงแถวที่ 5 มากกว่าทองอินโดปกติ

[แก้] ชื่อเรียกในภาษาต่าง ๆ
ตะพัด (ภาษาภาคตะวันออก)
หางเข้ (ภาษาใต้)
กรือซอ (ภาษายาวี)
เคเลซ่า (ภาษามาเลย์)
โคโลโซ่ (ภาษาอินโดนีเซีย)
อะโรวาน่า (Arowana-ภาษาอังกฤษ-ชื่อที่เรียกทั่วไป)
มังกร (อีกชื่อที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป)
เล้งฮื้อ (ภาษาจีนแต้จิ๋ว)
[แก้] อ้างอิง
หนังสือคู่มือเลี้ยงปลาอะโรวาน่า โดย สุรศักดิ์ วงศ์กิตติเวชสกุล (พ.ศ. 2540) ISBN 974-86869-5-7
ปลามังกร
^ แนวทางการจำแนกเอเชียอะโรวาน่า (Asian Arowana.)
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
รูปและข้อมูลปลาตะพัด
การเพาะพันธุ์ปลาตะพัด
แหล่งรวมคลิปปลาตะพัดจากทั่วโลก
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ:
ปลาตะพัดดึงข้อมูลจาก "http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%94".

ประวัติปลามังกร

ปลามังกร ลักษณะธรรมชาติ เป็นปลาน้ำจืด ตระกูลปลากินเนื้อชอบกินสัตว์ที่มีชีวิตอยู่ เช่น แมลงสาบ ตะขาบ จิ้งจก ปลาเล็ก มีนิสัยดุร้าย ในบางแห่งเรียกปลาชนิดนี้ว่าปลาตะพัด แต่ในเขต 3 จังหวัดภาคใต้ ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าปลากรือซอ ปลาชนิดนี้มีมากในแถบอินโดนีเซีย มาเลเซียและประเทศไทยตอนล่าง ซึ่งพบในลำน้ำสายบุรี โดยเฉพาะที่บึงน้ำใสตำบลตะโละหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดปลามังกร แหล่งใหญ่แหล่งหนึ่งปลามังกรมี รูปร่างยาวเรียว ตัวแบน ๆ คล้ายปลากระบอก มีผู้พบขนาดโตเต็มที่ ความยาวประมาณ 2 ฟุต กว่า ๆ ลำตัวกว้างประมาณ 10 นิ้ว เป็นปลาที่มีอายุยืน การขยายพันธุ์โดยการวางไข่ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงประมาณเดือนมิถุนายน และจะฟักเป็นตัวอ่อนขนาด 1 นิ้ว ประมาณเดือนตุลาคม เป็นปลา ที่ชอบเล่นแสงไฟ ดังนั้นในการจับปลามังกร จึงมีการใช้แสงไฟล่อให้ปลามาเล่นแสงไฟ และใช้สวิง ดักจับ ปลามังกรมีสีสรรแตกต่างกันแล้วแต่ชนิดของมัน ซึ่งแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ


1. ปลามังกรเงิน เกล็ดจะเป็นสีขาว พบมากในลุ่มแม่น้ำสายบุรี บึงน้ำใส
2. ปลามังกรทอง ลักษณะเกล็ดเป็นสีทองออกแดงเรื่อ ๆ เป็นพันธุ์ที่หายากมากในเมืองไทย ไม่ค่อยมีผู้พบ ส่วนมากจะพบแถบประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย มีราคาสูงมาก
3. ปลามังกรอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นพันธุ์ที่หายากมากที่สุด เกล็ดสีน้ำเงินคล้ำสลับดำ ราคาซื้อ ขายแพงที่สุด อดีต ปลากรือซอ ไร้คุณค่า


ข้อมูลปลา มังกรปลาอะโรวาน่า นับว่าเป็นสุดยอดปลาสวยงามที่ ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดมา โดยตลอดซึ่งอาจจะ เป็นเพราะปลาชนิดนี้เป็นปลาที่มีรูปร่างสวยงามน่า เกรงขามมีเกล็ดขนาดใหญ่และมีสีสีนแวววามมี หนวดซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้จะคล้าย"มังกร" นอกจากนี้ยังมีเรื่องความเชื่อต่างๆ เข้ามาเกี่ยว ข้องกับปลาอะโรวาน่าโดยชาวจีนเชื่อว่าผู้ใดเลี้ยง ปลาชนิดนี้แล้วจะร่ำรวยมีโชคลาภ จึงทำให้ปลา ชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด จึงส่งผลให้ราคาปลาดังกล่าวมีราคาค่อนข้างสูง สำหรับปลาอะโรวาน่าเกือบทุก สายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์จากทวีปเอเชีย จากการศึกษาตามประวัติของปลา ชนิดนี้พอที่จะทราบได้ว่ามีการขุดค้นพบซากฟอลซิลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จึงทราบว่าปลาอะโรวาน่าจัดเป็นปลาโบราณอยู่ในตระกูล "Osteoglossidae" ซึ่งเป็นตระกูลของปลา ที่มีลิ้นเป็นกระดูกแข็ง Bony Tougue ปลาชนิดนี้พบ กระจายอยู่ใน 4 ทวีปทั่วโลก คือ ทวีปเอเชีย ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปอัฟริกา และทวีป ออสเตรเลีย โดยปลาที่มาจากแต่ละทวีปจะมีรูปร่างลักษณะเด่นพิเศษที่แตกต่างกัน ตามไปด้วย โดยเฉพาะปลาที่มาจากทวีปเอเชีย เป็นปลาที่มีราคาแพงมากที่สุด สายพันธุ์อเมริกาใต้ อะโรวาน่า ปลาตะพัด หรือปลามังกร เป็นปลาที่จัดอยู่ในตระกูล Osteoglos Sidae (ออสทีโอกลอสซีดี้) ปลาในตระกูลนี้พบแพร่กระ จายอยู่ทั่วโลก โดยมีลักษณะภายนอกที่แตกต่าง กันและผันแปรไปตามแหล่งที่สามารถพบได้ แบ่ง ได้ 4 สกุล(Genus) และ มีอีก 7 ชนิด(Specises) ด้วยกัน คือ ทวีปอเมริกาใต้ 3 ชนิด ทวีปออสเตเลีย 2ชนิด ทวีปอัฟริกา 1 ชนิด ทวีปเอเบียอีก 1 ชนิด (4 สายพันธุ์) ซึ่งแต่ละชนิดมีถิ่นกำเนิดแตกต่างกันออกไปดังนี้


1. กลุ่มทวีปเอเชีย
2. กลุ่มทวีปอเมริกาใต้
3. กลุ่มทวีปแอฟริกา
4. กลุ่มทวีปออสเตรเลีย และนอกจากนั้นลักษณะสีของลำตัว หัวและครีบ ของปลา อะโรวาน่าก็มีสีแตกต่างกันออกตามสาย พันธุ์ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 สายพันธุ์


ปลาอะโรวาน่าหรือปลาตะพัดเป็นปลาที่จัดอยู่ในครอบครัว Osteoglossidae (ออสทีโอกลอสซิดี้) ปลาในตระกูลนี้หากจัดแบ่งตามแหล่งที่อยู่อาศัยหรือเขตุภูมิภาคที่พบซึ่งเป็น ที่ยอมรับของสากลจะแบ่งออกเป็น 4 สกุล
(Genus) และมี 7 ชนิด (Species) คือ


ทวีปอเมริกาใต้ 3 ชนิด

ทวีปออสเตรเลีย 2 ชนิด

ทวีปอัฟริกา 1 ชนิด

ทวีปเอเซีย 1 ชนิด (4 สายพันธุ์)

การเลี้ยงดู

1. การเตรียมตู้ การเลี้ยงปลามังกรนั้นผู้เลี้ยงต้องคำนึงถึงเรื่องตู้เป็นอันดับแรก มาตรฐานขั้นต่ำที่ใช้เลี้ยงนั้นคือ 60*24*24 นิ้ว หรือ ประมาณ 150*60*60 ซม. จะสามารถเลี้ยงจากขนาดเล็กที่มีขายตามร้านค้าทั่วไปจนถึง ขนาด 24 นิ้ว จะสามารถทำให้ท่านเลี้ยงได้ประมาณ 4-5 ปี แล้วจึงค่อยขยับขยาย” แต่หากท่านที่มีเนื้อที่ ค่อนข้างจำกัดจริงๆก็สามารถเลี้ยงได้ตลอดไป แต่กระจกที่ใช้ควรจะหนาประมาณ 3 หุน ขึ้นไป และ ในกรณีที่พอมีเนื้อที่ในด้านกว้างที่พอจะเพิ่มได้ควรจะกว้างอย่างน้อย 30 นิ้ว หรือ 75 ซม. สูง 36 นิ้ว แต่จะให้ดีก็ กว้าง 36 นิ้ว หรือ 90 ซม. สูง 36 นิ้ว ไปเลยก็จะดี ปลาขนาดใหญ่จะได้ไม่เครียด”( ที่สำคัญอย่าลืมเผื่อกันกระโดดด้วย ประมาณ 4-6 นิ้ว แล้วแต่ขนาดของปลา ) ที่ผมแนะนำอย่างนี้ก็เพื่อผู้เลี้ยงจะไม่ต้องเปลืองสตางค์ซื้อตู้บ่อยๆ แล้วตู้ที่ไม่ได้ใช้เกะกะเต็มบ้านจนต้องยอมขายถูกๆหรือไม่ก็ยกให้ใครไปฟรีๆ แต่ปัญหาที่พบบ่อยปลาเล็กในตู้ขนาดใหญ่ คือ ตื่นกลัว ทำให้การว่ายไม่สง่า ครีบลู่ วิธีแก้คือ หาแท้งค์เมท มาเพิ่มสัก 2-5 ตัว แล้วแต่ขนาดของตู้ ปลาที่ผมอยากจะแนะนำได้แก่ ปลานกแก้ว เป็นตัวหลัก เพราะ เป็นปลาที่ไม่มีข้อเสีย เลย แถมยังข้อดีเพียบ แต่ ไม่ควรใส่จนเยอะเกินไป หรือ นำนกแก้วที่มีขนาดใหญ่กว่าปลามังกรใส่ลงไป ก็จะสามารถแก้อาการตื่นกลัวได้ หากไม่มีปัจจัยอื่นที่ทำให้ปลาตื่นกลัว เช่น เด็กชอบมาทุบกระจก หรือ ตู้ปลาอยู่ตรงทางเดินที่มีคนพลุกพล่าน เป็นต้น ในกรณีท่านที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเนื้อที่ เมื่อปลาได้ขนาด 16 –18 นิ้วแล้วจึงย้ายปลาไปอยู่ในตู้ที่ใหญ่ขึ้น จะทำให้ปลาที่ท่านเลี้ยงโตขึ้นโดยไม่สะดุด และการว่ายจะไม่มีปัญหา และปลาจะไม่เกิดความเครียด เมื่อท่านเลือกขนาดตู้ที่เหมาะสมแล้วนั้นการเลือกระบบการกรองชีวภาพ และรายละเอียดปลีกย่อยทุกอย่างล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น
2. น้ำที่ใช้เลี้ยงปลา จะต้องเป็นน้ำที่ปราศจากคลอรีน บางท่านอาจจะใช้การพักน้ำให้คลอรีนระเหยบ้าง ใช้เครื่องกรองน้ำบ้าง ( ข้อควรระวัง ห้ามใช้เครื่องกรองที่มีวัสดุกรองเป็นเรซินหรือเครื่องกรองน้ำที่ใช้ดื่ม วัสดุกรองที่ใช้กรองคลอรีนจะต้องเป็นถ่านกะลาเท่านั้น หากใช้คาร์บอนชนิดอื่นอาจทำให้น้ำเป็นด่างสูงเป็นอันตรายต่อปลาได้ ) คุณภาพน้ำที่ใช้เลี้ยงปลามังกรนั้นค่อนข้างสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าหากให้ผมแนะนำการที่จะได้มาซึ่งคุณภาพน้ำสูงสุดนั้น ควรใช้น้ำปะปาแล้วต่อเครื่องกรองคลอรีนแล้วนำน้ำไปพักให้ตกตะกอนหากน้ำที่ พักทิ้งไว้เป็นเวลาหลายวันควรมีหัวทรายตีน้ำไว้เพื่อคงระดับออกซิเจนในน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเสีย จะทำให้ท่านได้น้ำที่ปราศจากคลอรีน ใสไม่มีตะกอน และมีออกซิเจนสูง อุณหภูมิน้ำในตู้บริเวณผิวน้ำควรอยู่ระหว่าง 30-34 องศาเซลเซียส น้ำที่ต้องห้ามใช้เลี้ยงปลามังกร ได้แก่ น้ำที่มีสารเคมีทุกชนิดปนอยู่ น้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่างสูง น้ำฝน น้ำบาดาล น้ำสกปรก คือน้ำที่มีออกซิเจนละลายอยู่ในปริมาณต่ำ
3. อาหาร ที่ใช้เลี้ยงปลามังกรก็มีส่วนสำคัญ ซึ่งมีผลโดยตรงกับการเจริญเติบโตของปลา รวมถึงรูปทรงและสีสันของปลา อาหารที่ใช้เลี้ยงได้แก่ แมลงเกือบทุกชนิด ลูกปลา หนอน ไส้เดือน กบ กุ้งฝอย เนื้อกุ้ง รวมทั้ง อาหารเม็ด การให้อาหารปลามังกรนั้นไม่จำกัดตายตัว ว่าจะต้องกินอย่างไร ซึ่งจะขึ้นอยู่กับ ความสะดวกของผู้เลี้ยง และอุปนิสัยการกินของปลาประกอบเข้าด้วยกัน แต่ที่ผมจะแนะนำคือ ปริมาณอาหารที่ให้ในแต่ละวันนั้นจะต้องไม่มาก หรือน้อยเกินไป โดยส่วนมากแล้วเมื่อปลาอิ่มจะไม่สนใจอาหารแล้วเชิดหน้าใส่ ยกเว้นจะเป็นของที่โปรดปรานจริงๆจึงจะฝืนกินจนพุงกางบางท่านชอบทำแบบนี้แล้ว ชอบใจว่าปลาของเรากินเก่ง แต่ผลเสียก็คือ ปลาของท่านจะเป็นโรคอ้วน เสียทรง ตาตก เพราะอาหารที่พวกมัน โปรดปรานส่วนใหญ่หนีไม่พ้นอาหารที่มีไขมันสูง อันได้แก่ หนอนนก หนอนยักษ์ จิ้งหรีด กบ ตะพาบ ซึ่งอาหารจำพวกนี้ควรควบคุมปริมาณที่ให้ในแต่ละวัน แต่จะงดไปเลยก็ไม่ดี เพราะจะทำให้ปลาท่านไม่โต หรือโตช้า เนื่องจากอาหารจำพวกนี้จะอุดมไปด้วยโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ใน การเจริญเติบโต การให้อาหารที่ดีนั้น ท่านควรสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆเพื่อสุขภาพปลาของท่านจะแข็งแรงมีภูมิ ต้านทานสูง เหมือนกับคนเราที่ได้รับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่ายดังนี้ เดือนมกราคม หนอนนก กุ้งฝอย ลูกปลา เดือนกุมภาพันธ์ หนอนยักษ์ กุ้งฝอย ลูกกบ เดือนมีนาคม จิ้งหรีด กุ้งฝอย เนื้อกุ้ง เดือนเมษายน ตะขาบ กุ้งฝอย ลูกตะพาบ เดือนพฤษภาคม แมลงป่อง กุ้งฝอย จิ้งจก เดือนมิถุนายน ก็กลับหมุนเวียนเอาของเดือนมกราคมขึ้นมาใหม่ เป็นต้น หรือ จะเอาทุกอย่างมาสับเปลี่ยนหมุนเวียนในแต่ละวันก็ได้ แต่อาหารที่มีทั่วไปหาซื้อง่าย ได้แก่ หนอนนก กุ้งฝอย เนื้อกุ้งสด ลูกปลา จิ้งหรีด ลูกกบ อาหารที่ไม่แนะนำให้ใช้กับปลามังกรได้แก่ แมลงสาบ ถ้าท่านไม่ได้เพาะพันธ์เองไม่ควรใช้ เนื้อหมู หรือ เนื้อวัว จะทำให้ย่อยยาก อาจทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับลำไส้ หรือเมื่อใช้เลี้ยงไปนานๆปลาของท่านอาจจะตายโดยไม่รู้สาเหตุ เพราะในเนื้อหมูหรือเนื้อวัวนั้นจะมีพยาธิบางชนิดค่อยๆกัดกินอวัยวะภายในจน ตาย เนื่องจากมันไม่ใช่อาหารของมันตามธรรมชาติ จึงไม่มีกลไกภายในร่างกายสามารถป้องกันได้

อาหารปลามังกร

1.) ไรน้ำนางฟ้ามีโปรตีนสูงมากถึง 65% ทำให้ปลาที่กินไรน้ำนางฟ้า โตเร็ว เพราะได้โปรตีนช่วยในการเจริญเติบโต
2.) คารฺ์โบไฮเดรตสูงกว่าอาหารประเภทอื่นๆ ทำให้ปลาได้รับพลังงานสูง การเคลื่อนไหวก็กระฉับกระเฉง
3.) ไขมันต่ำทำให้ปลาไม่อ้วน จึงทำให้ปลาสุขภาพดี ไม้ขี้โรค และที่สำคัญไรน้ำนางฟ้านั้นอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนมากกว่าอาหารชนิด อื่นๆด้วยซึ่งเบต้าแคโรทีนเป็นสารที่สร้างสีสันให้ปลาดูสวยงาม เราสามารถ พบจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นว่า เมื่อปลาหมอสีที่เลี้ยงด้วยปลา หมอสีเพียง 2 วันเท่านั้น ทำให้ปลามีสีแดงสดอย่างชัดเจน และเป็นสารต้าน อนุมูลอิสระ ทำให้ปลาอายุยืนอีกด้วย
2. ไรน้ำนางฟ้านั้นเจริญเติบโตเร็วมาก สามารถเก็บผลผลิตได้ใน5-7วัน
3. ขยายพันธุ้ได้เร็ว เพราะไรน้ำนางฟ้าตัวเมีย1 ตัววางไข่ได้ราว 6,000-12,000ฟอง
4. สามารถเลือกเก็บตัวไรไปใช้ประโยชน์ได้หลายขนาดตามขนาดของปลาที่เลี้ยง เช่น - ลูกไร อายุ 1-3 วันใช้เลี้ยงลูกปลาได้ - ไร อายุ 4-5 วัน มีขนาด 1 ซม. ใช้เลี้ยงปลาขนาดเล็ก - ไร อายุ 7 วัน มีขนาด 2 ซม. และอายุ 15 วัน ขนาด 3-4 ซม.ใช้เลี้ยงปลาขนาดใหญ่ได้
5. ลดต้นทุนค่าอาหาร เพราะถ้าต้องซื้อจากฟาร์มเพาะเลี้ยง ซึ่งราคาตัวละ 5-10 สตางค์แต่ถ้าสามารถเพาะเลี้ยง ได้เองจะสามารถลดต้นทุนได้มาก เพราะมีต้นทุนเพียงค่าน้ำค่าปุ๋ย และค่าไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย

การเพราะพันธุ์ปลามังกร
ปลาในตระกูลอะโรวาน่าทั้งหมดเป็นปลาที่แพร่พันธุ์ โดยการวางไข่ฟักและเลี้องลูกในปาก ( MOUTH INCUBATOR ) ยกเว้นปลาอะราไพม่าซึ่งมีพฤติกรรมวางไข่คล้ายกับปลาช่อนในบ้านเรา โดยอัตราการวางไข่ของปลาอะโรวาน่าโดยทั่ว ๆ ไปจะอยู่ในช่วงระหว่าง 30-400 ฟองโดยประมาณ ไข่ปลามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 0.5-1.5 เซนติเมตรทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของปลาและความสมบูรณ์ของไข่แต่ละฟอง โดยไข่ของปลาอะโรวาน่าทางแถบอเมริกาใต้จะมีขนาดเล็กกว่าไข่ของปลาอะโรวาน่า ทางแถบโซนเอเซียซึ่งไข่ของปลาอะโรวาน่าเงินและดำจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 0.5-0.8 เซ็นติเมตร ในขณะที่ปลาอะโรวาน่าโซนเอเซียจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 1-1.5 เซ็นติเมตร โดยรูปทรงของไข่ปลาอะโรวาน่าเงินและดำจะมีลักษณะกลมรีคล้ายรูปไข่ ส่วนไข่ของปลาอะโรวาน่าทางแถบโซนเอเซียจะเป็นรูปทรงค่อนข้างกลมขนาดและ ลักษณะคล้ายเมล็ดลำใย โดยไข่ของปลาอะโรวาน่าแต่ละชนิดจะมีสีสันคล้าย ๆ กันคือออกสีเหลืองหรือสีส้มอม เหลือง ปกติไข่จะใช้เวลาในการฟักเป็นตัวราว 2-5 วัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำในแต่ละช่วงว่าจะสูงหรือต่ำ หากอุณหภูมิน้ำสูงไข่ก็จะฟักเป็นตัวเร็วขึ้น ในธรรมชาติหลังจากพ่อแม่ปลาผสมพันธุ์วางไข่เสร็จแล้วพ่อแม่ปลาจะอมไข่และฟัก ลูกในปากโดยในขณะที่ปลาตัวเมียวางไข่ตัวผู้ก็จะว่ายคลอเคลียพร้อมกับปล่อย น้ำเชื้อออกมาผสมกับไข่ที่ตัวเมียเบ่งออกมา ยามที่ลูกปลาเริ่มฟักเป็นตัวใหม่ ๆ จะมีถุงอาหารสีส้มลักษณะคล้ายกับลูกโป่งใบเล็ก ๆ ห้อยติดอยู่ที่ใต้ท้อง ซึ่งถุงอาหาร นี้จะค่อย ๆ ยุบตัวเมื่ออาหารสำรองในถุงถูกลูกปลาย่อยหมดแล้ว ในระหว่างนี้ พ่อแม่ปลาจะยังคงเลี้ยงลูกของตนไว้ในปากจนกระทั่งผ่านไปเป็นเวลาเดือนเศษ เมื่อลูกปลาเริ่มสามารถช่วยเหลือตัวเองในการหาอาหารได้แล้ว พ่อแม่ปลาก็ จะผละจากไปโดยในช่วงแรกลูกปลาที่เพิ่งแยกจากพ่อแม่จะจับกลุ่มรวมเป็น ฝูงลอยคออยู่ใกล้ระดับผิวน้ำ แต่พอเริ่มโตขึ้นก็จะค่อย ๆ แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวโดยจะเริ่มกัด ทำร้ายกันเอง จนในที่สุดก็จะว่ายแตกฝูงกันไปคนละทิศละทาง โดยจะยังจับกลุ่มกันเป็นฝูงย่อย ๆ ฝูงละไม่กี่ตัว ซึ่งโดยมากจะพบแค่ฝูงละ3-5 ตัวเป็นอย่างมาก



เคล็ดลับการเลี้ยง"ปลามังกร"ให้โตเร็ว
เคล็ดลับการเลี้ยง"ปลามังกร"ให้โตเร็ว ปลามังกรจัดเป็นปลาที่มีราคาแพงทั้งในประเทศแลละต่างประเทศ ซึ่งถ้าได้เกณฑ์มาตรฐานแล้วราคาอาจสูงถึงหลักล้านเลยทีเดียว ผู้เลี้ยงปลามังกรหลายท่านเชื่อว่า ถ้าเลี้ยงแล้วจะมีโชคลาภ จึงทำให้ความนิยมในการเลี้ยงปลามังกรไม่เคยตกลงเลย มีผู้เลี้ยงบางท่านยอมลงทุนอย่างมากเพื่อที่จะได้ปลาชนิดนี้มาเลี้ยงโดยไม่ ต้องคอยลุ้นว่าเมื่อไหร่ปลามังกรตัวโตๆจะมีเกล็ดมันวาว แต่สำหรับบางท่านที่ต้องการเห็นตั้งแต่ตัวเล็กๆจนปลามังกรค่อยๆโตขึ้น เราก็มีเคล็ดลับง่ายๆในการเลี้ยงให้ปลามังกรโตเร็วและมีสุขภาพที่แข็งแรง ด้วยวิธีง่ายๆและมีปัจจัยหลักๆดังนี้ อาหาร สารอาหารที่มีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของปลามังกร คือ โปรตีน และแคลเซียม สารอาหารเหล่านี้เราหาได้จาก ปลา นั่นเอง ดังนั้นการให้ลูกปลาเป็นอาหารจะให้ผลดีที่สุด แต่ก็ควรสลับกับอาหารชนิดอื่นๆบ้าง เช่น เนื้อสัตว์ อาหารชนิดนี้ควรล้างและลวกซะก่อน เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อบางชนิด บางท่านให้กินแมลงสาบเป็นอาหาร ซึ่งวิธีนี้ควรทบทวนให้ดี เพราะแมลงสาบเป็นพาหะอย่างหนึ่งที่จะนำเชื้อโรคเข้าสู่ตัวปลา ส่วนการให้ปลากินอาหารนั้น ควรให้ในปริมาณน้อยๆแต่ให้ถี่ๆ แต่คงจะยากสำหรับคนที่ไม่มีเวลามากพอที่จะนั่งเฝ้าดูปลากินอาหารทั้งวัน ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ขอแนะนำให้ฝึกปลากินอาหารให้เป็นเวลาจะดีที่สุด อากาศ เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ปลาแข็งแรงสมบูรณ์ และทำให้ปลากินอาหารได้มากขึ้น ดังนั้นควรเปิดแอร์ปั๊มในตู้อยู่ตลอดเวลา น้ำ น้ำที่ดีที่สุดควรเป็นน้ำประปาที่ผ่านการกรองมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชม. pH ควรอยู่ที่ 6.5-6.8 ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำ 20-30% ของน้ำในตู้ทุกๆเดือน จะทำให้ปลารู้สึกสดชื่นกระตือรือร้นทันที อุณหภูมิ ไม่ควรปล่อยให้ต่ำเกินไป เพราะจะทำให้ปลากินอาหารได้น้อย ควรรักษาอุณหภูมิในตู้ให้คงที่ สภาพแวดล้อม จัดสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด จะทำให้ปลาไม่ตื่นกลัว และสามารถกินอาหารได้มากขึ้น โรคภัย โรคปลาจะเกิดขึ้นได้ ถ้าหากผู้เลี้ยงละเลยปัจจัยทั้ง 5 ที่กล่าวมา และการสังเกตปลาเป็นโรคเบื้องต้น ให้สังเกตการกินอาหาร และการว่ายน้ำ ถ้ามีอาการช้าลงแสดงว่าปลาเริ่มเป็นโรคแล้ว ควรหาวิธีแก้ไขให้เร็วที่สุด เพียงแค่ท่านปฏิบัติตามขั้นตอนที่กล่าวมานี้ ท่านก็จะได้เห็นปลามังกรที่โตเร็วและแข็งแรงเป็นผลตอบแทน

การแบ่งสายพันธุ์ปลามังกร
เราสามารถแบ่งแยกประเภทของปลาได้ 4 สายพันธุ์ 1. ปลามังกรทอง (มาเลเซีย) Arowana Cross Back 2. ปลามังกรแดง (อินโดนีเซีย) Arowana Red 3. ปลามังกรทอง (อินโดนีเซีย) Arowana Red Tail Golden 4. ปลามังกรเขียว Arowana Green ปลามังกรจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อได้เปรียบเทียบกับปลามังกรจากอเมริกาใต้นั้น ปลามังกรจากเอเชียจะมีช่วงหางที่กลมเหมือนพัดและช่วงตัวที่กว้าง ความกว้างของลำตัวจะมีขนาด 4 ถึง 5.5 นิ้ว เกล็ดจะมีความแข็งแลใหญ่ ครีบหน้าคู่ จะมีขนาดที่เท่ากันในแต่ละส่วน ครีบหางจะมี 2 แบบคือ แบบลูกแพร์และแบบพัด ครีบช่วงหลังบน ครีบช่วงหลังล่างและครีบหางจะไม่เชื่อมต่อกัน ช่วงปากจะมีขนาดใหญ่และเป็นรูปเฉียง ปลามังกรจะมีฟันที่น้อยเรียงชิดกันมากและมีความคม ปากจะมีรูปทรงมุมฉากเมื่อปลาเปิดปาก ลูกตาทั้งสองข้างจะมีขนาดใหญ่ หนวดทั้งคู่จะยื่นออกมาจากขอบปากด้านล่าง ปลาชนิดนี้สามารถยาวได้ถึง 30 นิ้วและมีน้ำหนักประมาณ 7 กิโลกรัม ในป่านั้นปลาจะอาศัยอยู่บริเวณน้ำที่ตื้น ๆ และมีความสะอาด ปลาอโรวาน่าจะอยู่นิ่ง ๆ หรือลอยไปผิวน้ำ ส่วนที่มีความทึบริแม่น้ำ ระดับของอุณหภูมิน้ำนั้นจะอยู่ราว ๆ 27 องศา และค่า ph จะประมาณ 6.5-7 ปลาอโรวาน่าที่อยู่ในธรรมชาตินั้นจะมีความก้าวร้าวและจะป้องกันถิ่นที่อยู่ อาศัย 1. ปลาอโรวาน่าทองอินโดหางแดง ปลาอโรวาน่าสายพันธุ์นี้ส่วนหลังจะมีสีออกไปทางสีดำเขียวเข้ม ๆ จะรวมไปถึงครีบหลังและส่วนครึ่งบน ของหางส่วนสีทองบนเกล็ดนั้นปลาที่สายพันธุ์ดีนั้น สีจะออกทองครึ่งหนึ่งของเกล็ด ส่วนครีบหน้า ครีบส่วนท้องและหางส่วนครึ่งล่างจะมีสีแดงเข้ม ส่วนของเหงือกทั้งหมดจะออกเป็นสีทองแวววาว สายพันธุ์นี้ถูกค้นพบใน กาลิมันตันและสุมาตรา ประเทศอินโดนิเซียและมีราคาที่เหมาะสม 2. ปลาอโรวาน่าทองมาเลเซีย รูปร่างลักษณะจะเหมือนปลาอโรวาน่าทองอินโด ยกเว้นเกล็ดสีทองนั้นจะข้ามหลังและสีทองจะเหลืองเข้มแวววาวทั้งตัว ยังมี blue base (สีน้ำเงินเหลือบตามเกล็ดลงไปถึงท้อง ปลาสายพันธุ์นี้ยังมีจำนวนน้อยเพราะสามารถเพาะพันธุ์ได้จำนวนน้อย ดังนั้นปลาสายพันธุ์นี้จึงมีราคาแพงกว่าปลาอโรวาน่าทองอินโดอยู่มากและก็ยัง มีราคาที่แพงกว่าปลาอโรวาน่าแดง 3. ปลาอโรวาน่าแดง เหงือกปลาสายพันธุ์นี้จะมีสีแดง ครีบทั้งหมดและขอบของเกล็ดก็จะมีสีแดงเข้มหรือสีแดงเลือด 4. ปลาอโรวาน่าเขียว เกล็ดจะเป็นสีเขียว รูปทรงจะสั้นและเล็กกว่า ปลาสายพันธุ์นี้จะพบได้ตามธรรมชาติในประเทศไทย มาเลเซีย เวียดนามและพม่า

ปลามังกรกับฮวงจุ้ยดีดี
เมื่ออาทิตย์ก่อนมีโอกาสได้ดูรายการเกี่ยวกับฮวยจุ้ย ซึ่งครั้งนี้เสนอเกี่ยวกับปลามังกร เลยขอบอกกล่าวเผื่อว่ามีนักถ่ายภาพท่านใดสนใจเรื่องฮวยจุ้ยกับเรื่องปลานะ ครับ ถ้าไม่สมควรในการลงข้อความนี้อย่างไรรบกวนแจ้งได้ครับ บทความนี้เป็นเรื่องราวของอาทิตย์ที่แล้วครับ "weekที่ 1 ผ่านพ้นเรื่องฮวงจุ้ยดีดีกับ 12 นักษัตรกันไปแล้ว ครั้งนี้ วิลลี่ แมคอินทอช จะพาไปรู้จักกับสิ่งมงคลอีกชนิดหนึ่ง ปลาอะโรวาน่า หรือ ปลามังกร , ปลานำโชค แล้วแต่ใครจะเรียกเพราะปลาชนิดนี้มีเรื่องเล่ามากมาย คุณสิทธิธรรม เรืองจรุงพงศ์ เจ้าของ อะโรวาน่า ฟาร์ม ซึ่งรักการเลี้ยงปลาชนิดนี้เป็นชีวิตจิตใจบอกว่า “สายพันธุ์ที่นิยมและเป็นมงคลตามความเชื่อคือ แดงอินโด , ทองอินโด และ ทองมาเลย์ ราคาเริ่มต้นประมาณตัวละ 10,000 แพงสุดตัวละล้านกว่าบาทก็มี ผมเลี้ยงด้วยความชอบจนเริ่มทำเป็นธุรกิจถือว่าทำเงินได้ดีทีเดียว ความเชื่อของปลาอะโรวาน่ามีมากมาย อย่างผมเคยเจอกับตัวเองต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้วไม่ได้ไป ปรากฏว่าทริปนั้นครอบครัวผมประสบอุบัติเหตุ โชคดีไม่มีใครเป็นอะไรแต่ปลาที่ผมเลี้ยงไว้อยู่ดีๆ ก็ตายในวันที่ครอบครัวเรามีเรื่อง ผมรู้สึกว่าเค้ารับเคราะห์แทนครอบครัวเรา เคยมีคนรู้จักเล่าให้ฟังว่าพอเลี้ยงปลาชนิดนี้แล้วถูกล๊อตเตอรี่ตลอด อันนี้ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคลครับ” ทางด้าน อ.วิศิษฎ์ เตชะเกษม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฮวงจุ้ยบอกว่า “ปลาอะโรวาน่าเป็นปลาที่มีลักษณะดี มีหนวดเหมือนมังกร มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีสีสันสวยงาม ยิ่งถ้าคนไหนเลี้ยงจนเกล็ดขึ้นสีทอง สีแดง เรียงสวย เค้าบอกว่าจะยิ่งให้โชคลาภ เพราะปลาในทางศาสตร์ฮวงจุ้ยหมายถึงความร่ำรวย เงินทองอยู่แล้ว” นอกจากนี้ช่วงท้ายเจ้าของฟาร์มยังใจดีแนะนำวิธีจะเลือกซื้อปลา

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วัฒนธรรมจังหวัดระยอง

ศิลปวัฒนธรรม


หนังใหญ่

หนังใหญ่บ้านดอนก่อนมา เล่นสนุกเฮฮา
กลองปี่พิณพาทย์บรรเลง
ชาวชากใหญ่เล่นกันเอง สดชื่นครื้นเครง
ปู่สี รื่นเริง ฝึกสอน
เล่นเรื่องรามเกียรติ์แต่ก่อน เลือกคัดตัดตอน
ที่เด่นเห็นว่าสมควร
ยุคนี้ที่ชอบเชิญชวน ศิลป์ไทยทั้งมวล
ฟื้นฟูให้เห็นเป็นไทย
เราจึงฝึกหัดจัดไป แสดงถึงไหนไหน
ชล จันทร์ บางแสน ที.วี.
งานฉลองสองร้อยปี กรุงเทพ ฯ ธานี
แสดงให้ชมสมใจ
ข้าขออำนวยอวยพรชัย เอกลักษณ์ไทย
จงได้ยืนยงคงนาน
ทุกท่านเกษมสำราญ โชติช่วงชัชวาล
ณ ถิ่นเมืองทองยิ่งเทอญ

ประวัติความเป็นมาของหนังใหญ่ วัดบ้านดอน

จากการสอบถามพระครูปัญญาวุฒิกร เจ้าอาวาสวัดบ้านดอน และนายสี รื่นเริง ครูหนังใหญ่คนล่าสุด ซึ่งท่านก็เป็นผู้รับช่วงต่อมา ปัจจุบันมีอายุ 103 ปี ชรามากไม่สามารถที่จะออกแสดงได้ ลูกหลานจึงได้รับช่วงกันต่อมา ผู้ที่รับถ่ายทอดก็คือ นายเฉลิม มณีแสง , นายเจิม ขอบอรัญ ซึ่งเป็นผู้พากย์ประจำคณะทั้ง 2 คน ส่วนผู้พากย์คนก่อน ๆ นั้นก็คือปู่ทิม นายสวม ประสิทธิ์แพทย์ , ช่ำ ช่างทอง นายเรือง ซึ่งแสดงร่วมกับนายสี อยู่นานจนชราภาพเสียชีวิต

หนังหญ่ชุดนี้มีอายุประมาณ 200 ปี นำแสดงอยู่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ซึ่งนิยมแสดงกันทางภาคใต้ แถบจังหวัดพัทลุง ครั้นต่อมาสมัยที่เจ้าคุณเฒ่า พระศรีสมุทรโภคชัยโชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) ซึ่งเป็นเจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดระยอง (ดูทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดระยองแล้วไม่ระบุ พ.ศ. ที่ท่านดำรงตำแหน่ง) ได้ทราบกิติศัพท์ของหนังใหญ่ชุดนี้ ก็ได้ติดต่อซื้อมาทั้งชุดประมาณ 200 ตัว ได้นำแสดงที่วัดจันทอุดม (วัดก๋ง) ปัจจุบันเป้นที่ตั้งโรงพยาบาลระยอง จากนั้นได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดบ้านดอน เพราะเจ้าอาวาสวัดบ้านดอนสมัยนั้นสนใจฝึกผู้แสดงชาวบ้านและชาวบ้านชากใหญ่พร้อมทั้งคณะพากย์ และวงปี่พาทย์สำหรับเล่นกับหนังชุดนี้ไว้เป็นประจำ ปัจจุบัน หนังชุดนี้ก็อยู่ที่วัดบ้านดอนจากตัวเมืองจะไปวัดนี้ไปได้หลายทาง ทางที่ใกล้ที่สุดเข้าทางธนาคารกรุงเทพ จำกัด หรือทางแยกเข้าตลาดเสรี ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร

ชื่อตัวหนัง

หนังเฝ้า เป็นหนังภาพเดี่ยว หน้าเสี้ยว พนมมือ
หนังคเนจร (บางทีเรียกหนังเดิน) เป็นหนังภาพเดี่ยวหน้าเสี้ยว ท่าเดิน
หนังง่า เป็นหนังภาพเดี่ยวหน้าเสี้ยว ท่าเหาะ
หนังเมือง อาจเป็นหนังเดี่ยวหรือหลายตัวก็ได้ แต่ต้องประกอบด้วยภาพปราสาทราชวัง
หนังจับ เป็นหนังสองตัวขึ้นไป เป็นท่ารบกัน หรือจับกัน อยู่ในแผ่นหนังผืนเดียว คนเชิดคนเดียว

วิธีการแสดงหนังใหญ่

แสดงกันกลางแจ้งใช้ไม้ไผ่ทั้งลำยกเป็นจอ ซึ่งทำด้วยผ้ามุ้ง ขนาดกว้างประมาณ 4 เมตร ยาว 9 เมตร จอขอบล่างสูงจากพื้นดิน 1 เมตรเศษ ช่วงใต้จอถึงพื้นดินขึงผ้าทึบ สองข้างจอปักเสาไม้ไผ่ข้างละคู่ แต่ละคู่ห่างกันประมาณเมตรครึ่งทำเป็นราวพิงหนังเว้นทางให้คนเชิดเดินเข้าออกพอสะดวก หน้าจอใช้ไม้ไผ่ปักเป็นราวเตี้ย ๆ สำหรับพิงหนังไหว้ (ไหว้ครู) สูงประมาณ 1 เมตร ยาว 2 เมตร ยอดเสาทุกด้านปักธงแดง หน้าหนังไหว้ตั้งโต๊ะวางเครื่องบูชาครู (มหรสพอื่นที่แสดงร่วมในงาน สมัยก่อนนั้นถือกันมากจะต้องมาร่วมคาระวะครูหนังใหญ่ก่อนเสมอ ถือว่าครูแรง

หลังจอทำเป็นเพิงกันไฟตลอดจอ เรียกว่า “ผ้าคลุมไฟ” ในเพิงนั้นสมัยก่อนตั้งเตาไฟให้สูงกลางจอ ใช้แสดงไต้หรือแสงจากกองไฟ ซึ่งนิยมก่อด้วยกะละมะพร้าวให้ลุกโชนอยู่เสมอในเวลาแสดง เรื่องแสงไฟนี้ได้วิวัฒนาการมาเป็นตะเกียงเจ้าพายุและไฟฟ้าในปัจจุบัน

ด้านหนังเพิงกันไฟใช้ไม้ไผ่ทำราวสำหรับพิงหนังทั้งหมดที่นำไปแสดงโดยจัดเรียงตัวหนังไว้ตามลำดับเรื่องที่จะแสดงในคืนนั้น

วัฒนธรรมไทย

จำแนกตามหมวดหมู่

ประวัติศาสตร์สากล-บุคคลสำคัญ
ประวัติศาสตร์ไทย-บุคคลสำคัญ
วิทยาศาสตร์-ดาราศาสตร์
ศาสนา--อารยธรรม-ลัทธิ-ความเชื่อ
สุภาษิต คำ คม สำนวน โวหาร
ศิลป-วัฒนธรรม-ประเพณีไทย
สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ
อื่นๆ...


ผ้าพื้นบ้านไทย
ผ้าพื้นบ้าน ผ้าทอด้วยกี่หรือหูกพื้นบ้าน ตามกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ มักทอด้วยฝ้ายหรือไหม ผ้าพื้นบ้านหรือผ้าทอมือมีกรรมวิธีการทอต่างๆกัน เช่น ทอเรียบๆไม่มีลาย เรียกผ้าพื้น ทอเป็นลวดลายเรียก ผ้ายก ทอเป็นลวดลายด้วยการจก เรียก ผ้าจก ผ้าทอเป็นลวดลายโดยการขิด เรียก ผ้าขิด ทอเป็นลวยลายด้วยการมัดย้อม เรียก ผ้ามัดหมี่ เป็นต้น

ลักษณะแมวมงคล
แมวไทย เป็นที่นิยมเลี้ยงกันมาก เพราะเป็นแมวที่มีกิริยาสุภาพ ชอบคลอเคลียเอาใจเจ้าของ แต่แมวที่ควรเลี้ยง ท่านให้เลือกเอาตามลักษณะสีกายที่ปรากฎกับแมวนั้น

ลักษณะแมวไทย

เหรียญที่ระลึกรัชกาลที่ 9
เนื่องในวโรกาสพิเศษต่างๆ

หุ่นละครเล็ก
ในนามของ โจหลุยส์ ศิลปินแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2539 ผู้เป็นศิษย์รุ่นหลานเป็นผู้สืบทอด ชุบชีวิตหุ่นละครเล็ก มิให้สูญหายไปตามกาลเวลา


ทิพยสุคนธ์ดนตรีไทย
ร่ายลำนำ โดย : เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์


คนภูเขา
ชนกลุ่มน้อยที่มีภาษาและวัฒนธรรมประเพณีเป็นของตนเอง และแท้ที่จริงแล้วพวกเขาอาจเป็นชนพื้นเมืองพวกแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แถบนี้มาช้านาน ปัจจุบัน...กำลังจะถูกกลืน อนาคตของพวกเขาคือการอนุรักษ์ และการตกเป็นทาสทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และกันชนสงครามของคนเมือง.

ประติมากรรมกรีก
การแสดงออกทางประติมากรรมของกรีกเกี่ยวข้องกับปรัชญาความคิด สัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น และจินตนาการผสมกับสิ่งที่เป็นจริงมองเห็นได้ด้วยตา

เครื่องเทศประกอบอาหารไทย
ส่วนที่ใช้เป็นเครื่องเทศ และสรรพคุณทางสมุนไพร

สถาปัตยกรรมแห่งรัตนโกสินทร์
เสี้ยวความงาม ของสถาปัตยกรรม แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อันทรงคุณค่า ส่วนหนึ่งของความทรงจำ ซึ่งแฝงไว้ด้วยความรุ่งเรืองในอดีต

สัตว์เลี้ยงไทย
มนุษย์มีสัตว์เเลี้ยงเป็นเพื่อนช่วยคลายเหงามาช้านาน ในสมัยโบราณ ประเทศไทยมีสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นที่นิยมอยู่มาก แต่บางชนิดกลายเป็นสัตว์ที่หายากในปัจจุบัน และมีบางชนิดกลายพันธุ์ หรือมีลักษณะเปลี่ยนไปจากลักษณะดั้งเดิม คงจะน่าเสียดาย หากสัตว์น่ารักของไทยแท้ๆเหล่านี้ถูกลบเลือนไปจากความทรงจำของเราในวันหนึ่ง

ผลไม้ในวรรณคดี
(พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2)


วันสำคัญทางพุทธศาสนา

บายศรี
ใช้ในพิธีบวงสรวง พรหมครู เทพพรหมแขนงศิลปะต่างๆ ประกอบด้วยตัวบายศรีตัวแม่ ตัวลูก


ประเพณีและอารยธรรมไทย
ประเพณีไทยอันดีงามที่สืบทอดกันมา ตามความเชื่อ ความผูกพันของผู้คนต่อพุทธศาสนา และการดำรงชีวิตที่สอดประสานกับฤดูกาล และธรรมชาติอย่างชาญฉลาด

คชลักษณศาสตร์
ตำรับมงคลลักษณะหัตถี
ว่าด้วยช้างที่เป็นสวัสดิมงคล
ความรู้เรื่องศักราชที่ใช้ในหนังสือไทย
หนังสือไทยโบราณทั้งหลาย เช่น หนังสือพงศาวดาร ประกาศกฏหมายเก่า หรือ ตำราต่างๆ ฯลฯ มักลงศักราช ไว้ต่างๆ กัน สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อจะลงศักราชบอกเวลาเป็นปี นิยมใช้ "จุลศักราช"

ชนพื้นเมืองดั้งเดิม จังหวัดนครพนม หมู่บ้านวัฒนธรรมชนเผ่า 7 ชนเผ่า


คลิกอ่าน


คลิกอ่าน








ธนบัตรไทย
เงินกระดาษที่ออกครั้งแรกในประเทศไทย เรียกว่า "หมาย" ถ้าเราจะเรียกหมายว่าธนบัตรก็เห็นจะไม่ผิด เพราะธนบัตรมีความหมายเป็นบัตรของรัฐบาล ที่ใช้เป็นเงินตรา


เหรียญกษาปณ์ไทย
เหรียญทองแดงตราอุณาโลม-พระแสงจักร เป็นเหรียญมีรูตรงกลาง ด้านหน้ามีรูปอุณาโลม ด้านซ้ายมีคำว่า "สยามรัฐ"

หุ่นกระบอกไทย
การทำหุ่นกระบอกแต่ละตัว ต้องพิถีพิถันเป็นอย่างยิ่ง นับตั้งแต่การเขียนแบบร่างลวดลาย การปั้น การหล่อ และการเขียนหน้าหุ่น ทำเครื่องศีรษะ เครื่องประดับ การปักดิ้นเลื่อมสำหรับเครื่องแต่งกาย ตลอดจนการสร้างฉาก และเครื่องประกอบฉาก เช่น เรือ สีวิกา ม้า รถ ฯลฯ หุ่นกระบอกของ จักรพันธุ์ โปษยกฤต จึงเป็นผลงานอันประณีตวิจิตรบรรจง ที่เกิดจากการทุ่มเทเวลา ความเพียร และความเป็นเลิศเชิงช่าง

ศิลปะศรัทธา ถวายพระมหากษัตริย์ไทย
ประเทศไทย มีประวัติศาสตร์การปกครองที่ยาวนาน โดยมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงปรีชาสามารถ แต่ละยุคแต่ละสมัย ซึ่งทรงนำบ้านเมืองสู่ความรุ่งเรืองสถาพร และมีความเป็นเอกราช ตราบเท่าทุกวันนี้


วิหคมงคล
นกกับคนไทยผูกพันกันมาแต่อดีตกาล คนไทยโบราณเชื่อว่า นกบางชนิดเป็นมงคลแก่ชีวิต
เช่น นกคุ้ม นกกระเรียน นกเขา นกยูง เป็นต้น


เพียงพระบรมฉายาลักษณ์พาดผ่าน
คนไทยผูกพันกับ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาช้านาน ในบ้านเรือนหรือสถานศึกษา สถานที่ราชการ แม้แต่โต๊ะทำงาน ต่างมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านประดิษฐานอยู่ เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นพลังใจ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความเคารพเทิดทูน และความจงรักภักดีที่มีต่อพระองค์ ผู้ทรงพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวไทย


สะพานที่สำคัญในกรุงเทพฯ
กรุงเทพมหานคร ได้ชื่อว่าเป็นมหานครที่มีประชากรหนาแน่นแห่งหนึ่งของโลก มีคูคลองกระจายอยู่ทั่วไปจนถูกเรียกว่า "เวนิสตะวันออก" ประชากรที่อาศัยอยู่ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ได้อาศัยสะพานเป็นตัวเชื่อมการคมนาคม และการขนส่ง สะพานหลายแห่งในอดีต สามารถเปิดช่วงกลางเพื่อให้เรือสินค้าแล่นผ่านได้ และในอนาคตสะพานจะเป็นสิ่งก่อสร่างขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณยวดยานที่เพิ่มมากขึ้น และระบบการขนส่งมวลชนใหม่ๆ ที่กำละงจะเกิดขึ้น

การแต่งกายของสตรีไทย ตามประวัติศาสตร์โบราณคดีจนถึงปัจจุบัน

สมบัตผู้ดี
คงไม่ต้องถึงขนาดต้องเอาหนุนหัวนอน หรือต้มซดน้ำกินดอก... หากอยากเป็น "ผู้ดี"

เจ้าพระยา... สายน้ำแห่งชีวิต
เหตุการณ์สำคัญมากมายในประวัติศาสตร์ไทย เกิดขึ้นบนสองฝั่งฟากแม่น้ำนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงมาถึง สามยุคสมัย

ศิลปะภาพลายไทย
ชาติไทยเราได้รับมรดกตกทอดทางศิลปมาแต่บรรพบุรุษ อันหาค่ามิได้ และงดงามทางศิลป ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นศิลปไทย รู้สึกติดตาตรึงใจ เกิดปิติ ความสงบ และความสุขสบายใจ

มรดกทางวัฒนธรรมไทย
ความเป็นไทย ที่ควรจะสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ชั่วลูกชั่วหลาน...
เรือนไทย
บ้านของชาวสยามสร้างด้วยไม้หรือไม้ไผ่ตามแบบของอินเดีย หลังคาบ้านนั้นใช้จากหรือกระเบื้องมุง เขามักยกพื้นให้สูงกว่าพื้นดินราว 3 หรือ 4 ฟุต บ้านหลังหนึ่งๆ มีประตูหนึ่งบาน หน้าต่างหลายบาน เครื่องแต่งบ้านนั้นมีน้อย มีเท่าที่จำเป็นสำหรับการหลับนอน บริโภคอาหารและการหุงต้มเท่านั้น คือ เสื่อ หมอน โตก ขัน และถ้วยชาม


ละครดึกดำบรรพ์
เป็นละครที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 กำเนิดขึ้น ณ บ้านเจ้าพระยาเทเวศร์ลงศ์วิวัฒน์(ม.ร.ว. หลาน กุญชร)โดยแสดง ณ โรงละครที่ตั้งชื่อว่า “โรงละครดึกดำบรรพ์”


แม่ไม้มวยไทย
มวยไทยเป็นการเล่นพื้นบ้าน ที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัว ด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้ มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง เช่น หมัด ศอกแขน เท้า แข้ง และเข่าเป็นต้น

รัฏฐาธิปัตย์ในระบอบประชาธิปไตย
หลักกฎหมายทั่วไปเกิดขึ้นจากความเป็นธรรมตามธรรมชาติ ซึ่งความเป็นธรรมตามธรรมชาตินี้มีอยู่แล้วในธรรมชาติ มนุษย์ไม่ได้สร้างความเป็นธรรมตามธรรมชาติขึ้นแต่อย่างใด แต่มนุษย์เป็นเพียงผู้ค้นพบและนำมาใช้หรือปฏิบัติเพื่อให้ความเป็นธรรมตามธรรมชาติบังเกิดผลเป็นรูปธรรมขึ้นเท่านั้น

คลิกอ่าน

วัฒนธรรมไทยและประเพณี
วัฒนธรรมคือสิ่งที่มนุษย์เปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงหรือผลิตสร้างขึ้น เพื่อความเจริญงอกงามในวิถีชีวิตและส่วนรวม วัฒนธรรมคือวิถีแห่งชีวิตของมนุษย์ในส่วนร่วมที่ถ่ายทอดกันได้ เรียนกันได้ เอาอย่างกันได้ วัฒนธรรมจึงเป็นผลผลิตของส่วนร่วมที่มนุษย์ได้เรียนรู้มาจากคนสมัยก่อน สืบต่อกันมาเป็นประเพณี


การละเล่นของไทย
เด็กๆในอดีตมีอิสระในการละเล่น สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ โดยคิดกฎกติกาได้เอง การละเล่นของเด็กไทยในอดีต ทั้งที่เล่นกลางแจ้งและในร่ม โดยส่วนใหญ่เลียนแบบจากการทำงานและอาชีพของผู้ใหญ่ หรือคิดการละเล่นใหม่ๆ เพื่อแข่งขันในหมู่เพื่อนกันเองโดยเฉพาะ

ตู้พระไตรปิฎก
ตู้พระไตรปิฎก วัตถุโบราณชนิดหนึ่ง ที่คนส่วนใหญ่มักชื่นชมเพียงคุณค่าภายนอก แต่แท้จริงแล้วเปรียบได้ดั่งบทเรียนชีวิตอันทรงคุณค่า หากผู้พยเห็นได้ศึกษาถึงแก่นแท้ของธรรมะที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน และรู้จักนำมาปฎิบัติ ขณะที่บุคคลใดชื่นชมเพียงศิลปะภายนอก ก็เปรียบเสมือนได้ก้าวผ่านขุมทรัพย์ทางปัญญาอันล้ำค่า ที่จะช่วยปลดปล่อยความทุกข์ทางใจ เฉกเช่นการหนีปัญหาแทนการต่อสู้ นั่นคือการสูญเสียประสบการณ์อันมีค่ายิ่ง ที่จะเป็นเกราะป้องกันปัญหาในอนาคต เพื่อนำคุณสู่ความสำเร็จอย่างภาคภูมิใจ

"หาบเร่" สายป่านชีวิตไทย
กำเนิดของหาบเร่ไม่ปรากฎเป็นหลักฐานที่แน่ชัด หากได้ผูกพันกับชีวิตของคนไทยมาแต่โบราณ เป็นสายป่านเพื่อการดำเนินชีวิตที่สืบทอดต่อกันมา และคงเอกลักษณ์ไทย ที่บ่งบอกถึงความอ่อนช้อย ที่แม้ไม้คานก็อ่อนเยิบพอเหมาะ ภาพของหาบเร่ได้เปลี่ยนไปตามความเจริญของบ้านเมือง และหลายแบบได้สูญหายไปเหลือเพียงความทรงจำ

พระมหาธาตุ
หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน พระบรมสารีริกธาตุ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 8 ส่วน ให้กษัตริย์ 8 เมือง ที่ทรงเสื่อมใสในพุทธศาสนา ณ ประเทศอินเดีย เพื่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้สักการะบูชา เป็นจุดเริ่มต้นที่มาของคติในการสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ขึ้น และแพร่หลายไปสู่ลังกาทวีป

พระราชพิธีสิบสองเดือน
สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยนั้น อยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ เป็นหลักสำคัญของชาติ และทรงไว้ซึ่งพระราชภาระทำนุบำรุงบ้านเมือง กิจหนึ่งซึ่งมีความสำคัญที่องค์พระมหากษัตริย์ทรงปฎิบัติในแต่ละเดือน คือพระราชพิธีทั้งปวง หรือที่เรียกกันว่า พระราชพิธีสิบสองเดือน

เครื่องแขวนไทย
เรียงร้อยหัตถศิลป์ สร้างสรรค์งานสวย ดื่มด่ำความเป็นไทย ที่นับวันจะหมดไป

ปฎิทินตั้งโต๊ะ

มหัศจรรย์ชีวิต แห่งโลกใบเล็ก
สืบสานพืชพรรณไทย
โลกใต้ทะเลไทย
อุทยานประวัติศาสตร์
ตาลปัตรพัดรอง
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย
พระราชลัญจกร
ทิงธงมงคลชัย
ช้างไทย
ลีลากีฬาสัตว์
สามล้อไทย
สังคโลก
สะพานสู่ฟ้าใหม่
เงินตราโบราณ

คำขวัญ 76 จังหวัด ของประเทศไทย
เอกลักษณ์ประจำจังหวัด ที่ควรรู้และใส่ใจ เพื่อความเป็นไทยที่ชัดเจน

สถาปัตยกรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์
อลังการแห่งสถาปัตยกรรมไทย และการผสมผสานด้านศิลปกรรม

โคมประทีป-พุทธบูชา
มรดกไทย ความภาคภูมิใจ ที่รอการสืบทอด

โต๊ะหมู่บูชา
ศิลปะการจัดวางเครื่องสักการะบูชา ในพีธีกรรมต่างๆ ตามคติความเชื่อ และเพื่อความเป็นสิริมงคล แบบพุทธๆ

ขนมไทย
ขนมหม้อแกง ,มะพร้าวแก้ว,เสน่ห์จันทร์,ขนมทองเอก,ทองหยิบ

ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทย

บ้านเชียง
แหล่งโบราณคดีที่หลงเหลือจากการปล้นประวัติศาสตร์

วันจักรี
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงมีพระนามเดิมว่า ทองด้วง ทรงพระราชสมภพ ณ กรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 227